ปฏิบัติการ “ระดมกวาดล้างหมายจับผู้ต้องหาคดี Romance Scam และ Call center ” ระหว่างวันที่ 17 – 23 พ.ย. 2561

ปฏิบัติการ “ระดมกวาดล้างหมายจับผู้ต้องหาคดี Romance Scam และ Call center ”
ระหว่างวันที่ 17 – 23 พ.ย. 2561

​ตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้การบริหารประเทศของ  พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  และ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้กำหนดยุทธศาสตร์และมาตรการในการป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบต่างๆ และได้เร่งรัดให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการแก้ไขปัญหาให้เห็นเป็นรูปธรรม
​สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์  ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  จึงได้มีคำสั่งให้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ศปอส.ตร.) โดยได้รวบรวมเจ้าหน้าที่ที่มีความสามารถมาปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ เพื่อเร่งรัดในการติดตามจับกุมคนร้ายซึ่งมีแผนประทุษกรรมที่ซับซ้อน การกระทำผิดมีการแบ่งหน้าที่กันทำและเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ         ซึ่ง ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ศปอส.ตร.) ได้ประสานการปฏิบัติกับประเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องภายใต้นโยบาย One World One Team โดยการแลกเปลี่ยนข้อมูล และร่วมปฏิบัติการในหลายประเทศ ตลอดจนเฝ้าระวังและปราบปรามอย่างจริงจังต่อเนื่อง
​ภายใต้นโยบาย หมายจับคดี Romance Scam และ Call Center เป็น ศูนย์ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์  หักพาล ผบช.สตม. , พล.ต.ต.กฤษกร  พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.อาชยน  ไกรทอง ผบก.ตม.3 , พล.ต.ต.พนัญชัย  ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. จึงได้มอบหมายให้ ชุดปฏิบัติการของ             ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ศปอส.ตร.)  เร่งรัดการจับกุมผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับไว้แล้ว ซึ่งเป็นความผิดในคดี Romance Scam รวมจำนวน 41 ราย และ ผู้ต้องหา    ในคดี Call center รวมจำนวน 27 ราย โดยมีเป้าหมายการจับกุมผู้ต้องหา ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ในห้วงเวลาระหว่างวันที่ 17-23 พ.ย.2561
​โดยมีผลการปฏิบัติได้ดังนี้
​- จับกุมผู้ต้องหา ตามหมายจับ คดี Romance Scam ได้จำนวน 13 ราย (อายัด 1 ราย)
โดยผู้ต้องหาเป็นชาวไทยทั้งหมด
​- จับกุมผู้ต้องหา ตามหมายจับ คดี Call Center ได้จำนวน 7 ราย โดยผู้ต้องหาเป็นชาวไทยทั้งหมด
รวมจับกุมทั้งหมด 20 ราย ( 25 หมายจับ )
และเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( ศปอส.ตร.)  ยังคงดำเนินการติดตามตัวผู้ต้องหาตามหมายจับ ที่ยังหลบหนีทั้งหมดอย่างต่อเนื่อง ต่อไป