จับกุมคนร้าย อ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทไฟแนนซ์ยึดรถโดยใช้วิธีการที่ผิดกฎหมาย ​

ตามนโยบายรัฐบาลและการปฏิบัติการโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำการปราบปรามอาชญากรรมที่ได้เกิดขึ้นหลายรูปแบบ มีการขยายตัวเป็นวงกว้างและสลับซับซ้อน มีการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำผิด รวมทั้งคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ
     ​พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการกระทำผิดทางอาญาที่เป็นนโยบายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) โดยมีพล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รอง ผบ.ตร. เป็น ผอ.ศูนย์ฯ มอบหมายให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์    หักพาล ผบช.สตม. เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการประจำศูนย์ฯ ได้ทำการสืบสวนปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดมาอย่างต่อเนื่อง
​ต่อมา ศปอส.ตร. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายวัชรินทร์ เดชศรี ว่า เมื่อวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ เวลาประมาณ ๑๒.๐๐ น. มีกลุ่มชายฉกรรจ์ อ้างว่าเป็นพนักงานจากบริษัท ไฟแนนซ์ รุมทำร้าย เพื่อต้องการที่จะยึดรถคันที่นายวัชรินทร์ฯกำลังขับถอยเข้าจอดบริเวณลานจอดรถห้างเทสโก้โลตัส สาขากระบี่ ต่อหน้าภรรยา, แม่ และลูกวัย 1 ขวบ ภายหลังนายวัชรินทร์ฯได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกระบี่ และมีการโพสต์วีดีโอเหตุการณ์ดังกล่าวลงในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้เกิดความหวาดระแวงและเป็นที่สนใจต่อประชาชนทั่วไป


​เจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ดำเนินการสืบสวนสอบสวนจนทราบว่า กลุ่มคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุในคดีนี้ประกอบด้วย
1. นายสมชาย ทองมี อายุ ๓๘ ปี ที่อยู่ 254 ม.16 ต.เขาวิเศษ อ.วังวิเศษ จ.ตรัง
2. นายอรรถชัย ทองผุด อายุ ๑๘ ปี ที่อยู่ 48 ม.10 ต.น้ำผุด อ.เมืองตรัง จ.ตรัง
3. นายโกวิท ณ พัทลุง อายุ ๒๕ ปี ที่อยู่ 217/2 ม.4 ต.คลองชีล้อม อ.กันตัง จ.ตรัง
4. นายธนศักดิ์ จารุกิจมนตรี อายุ ๔๕ ปี ที่อยู่ 40/112 ม.1 ต.ควนธานี อ.กันตัง จ.ตรัง
5. นายพฤทธ์ ทองศรีชุม อายุ ๓๔ ปี ที่อยู่ 206 ม.2 ต.เขาเจียก อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง
ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ นายสมชายฯ, นายอรรถชัยฯ และนายโกวิทฯ ได้เข้ามามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองกระบี่ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ส่วนผู้ต้องหาอีก ๒ คน คือ นายธนศักดิ์ฯ และ นายพฤทธ์ฯ ยังคงหลบหนี ไม่ยอมเข้ามามอบตัว พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
​ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองหลบหนีไปกบดานอยู่ในพื้นที่จังหวัดตรัง จึงได้ตามไปตรวจสอบพื้นที่ในจุดที่คาดว่าผู้ต้องหาทั้งสองจะหลบหนีไปซ่อนตัวได้ จนกระทั้งเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๑ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ทั้งสองคน พร้อมได้ตรวจยึดรถยนต์จำนวน ๒ คัน ซึ่งเป็นรถที่กลุ่มผู้ต้องหาใช้ในการก่อเหตุ นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ผู้ต้องหาทั้ง ๕ คน ถูกดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันพยายามข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด หรือใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้ถูกขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้น หรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ”
​เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 309, 310, 295, 83 และ 80
​อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
​ภายหลังจากการจับกุมยังตรวจสอบพบว่า นายธนศักดิ์ จารุกิจมนตรี หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหา มีหมายจับศาลจังหวัดตรังที่ ๒๖/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๑ ซึ่งศาลพิพากษาแล้วว่ามีความผิดฐาน “ฉ้อโกงทรัพย์” พิพากษาลงโทษจำคุก ๑๓ เดือน
 
​ศปอส.ตร ขอประชาสัมพันธ์ต่อประชาชนทุกท่าน หากมีบุคคลอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่จากบริษัทไฟแนนซ์มายึดรถของท่านไปแล้ว แต่ภายหลังยังคงถูกบริษัทไฟแนนซ์ฟ้องร้องบังคับคดีอยู่ กรณีเช่นนี้อาจจะเป็นไปได้ว่า ท่านอาจถูกบุคคลดังกล่าวหลอกยึดรถไปเป็นประโยชน์ส่วนตนโดยมิชอบ ขอให้ติดต่อ ศปอส.ตร. หรือสถานีตำรวจในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อจะได้ทำการช่วยเหลือและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป