การนำร่องการดำเนินการพัฒนาคุณภาพการให้บริการโครงการคัดกรองและตรวจสอบเอกสารล่วงหน้าทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ยื่นขอรับการตรวจลงตรา VISA ON ARRIVAL (E-VOA)

“การนำร่องการดำเนินการพัฒนาคุณภาพการให้บริการโครงการคัดกรองและตรวจสอบเอกสารล่วงหน้าทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ยื่นขอรับการตรวจลงตรา VISA ON ARRIVAL (E-VOA)”  

  ตามนโยบายรัฐบาลโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย  และมีการประชาสัมพันธ์ตลาดการท่องเที่ยวผ่านสื่อในประเทศและต่างประเทศ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ “ไทยแลนด์ 4.0” ซึ่งการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้หลัก และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้ประเทศ  สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงมุ่งเน้นการปรับปรุงด้านบริการท่องเที่ยวเพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับประเทศไทย จึงเกิดเป็นการบริการใหม่ ขึ้นคือ “โครงการบริการคัดกรองและตรวจสอบเอกสารล่วงหน้าทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-VOA 
  วันนี้ (21 พฤศจิกายน 2561)  เวลา 10.00 น. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์  หักพาล  รรท.ผบช.สตม., พ.ต.กมล  วงศ์สมบุญ รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, พล.ต.ต.กฤษกร  พลีธัญญวงศ์ รรท.รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.สรายุทธ  สงวนโภคัย รรท.รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พฤทธิพงษ์  ประยูรศิริ ผบก.ตม.2, และ พล.ต.ต.สมบัติ  ชูชัยยะ  ผบก.ประจำ สตม. ได้ร่วมพิธีเปิด “โครงการคัดกรองและตรวจสอบเอกสารล่วงหน้าทางอิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ยื่นขอรับการตรวจลงตรา VISA ON ARRIVAL (E-VOA)” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวในยุคดิจิตอล ภายใต้แนวคิด “Fast & Convenient for Entering to Thailand ทางเลือกที่สะดวก รวดเร็ว ในการผ่านเข้าประเทศไทย คือ สะดวก ง่าย รวดเร็ว ปลอดภัย  และอุ่นใจ โดยโครงการนี้จะมีประโยชน์ในการลดความแออัดในการรอคิวของนักท่องเที่ยว, ช่วยลดการใช้เอกสาร, สะดวกในการจัดเก็บค่าธรรมเนียมออนไลน์  และในทางอ้อมจะเป็นการสร้างความประทับใจกับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ด่านแรกที่เข้าประเทศไทยวิธีหนึ่งด้วย  และเพื่อให้การบริการสะดวกครอบคลุม สตม.ได้จัดเคาน์เตอร์เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการ E-VOA  จำนวน 5 แห่ง ตั้งแต่ 15 พ.ย.2561 นำร่องที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและดอนเมือง  ตามด้วยภูเก็ต เชียงใหม่ โดยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง  และในช่วงระหว่างวันที่ 15 พ.ย.2561 – 13 ม.ค.2562  รัฐบาลยกเว้นค่าธรรมเนียมการขอวีซ่าเป็นระยะเวลา 60 วัน


การยื่นขอ VOA  ผ่านระบบออนไลน์ หรือ E-VOA  นั้น นักท่องเที่ยวเพียงแค่กรอกข้อมูลส่วนตัวเบื้องต้นและข้อมูลการเดินทาง พร้อม UPLOAD เอกสาร ตั๋วเครื่องบิน พาสปอร์ต พร้อมชำระค่าธรรมเนียม จำนวน 2,000 บาท และค่าบริการออนไลน์ โดย  นักท่องเที่ยวเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าบริการออนไลน์ จากนั้นจะได้รับการยืนยันเอกสารผ่านทางอีเมลล์  ภายใน 24 ชั่วโมง และเมื่อเดินทางมาถึงประเทศไทยก็นำสำเนาใบยืนยันที่ได้รับทางอีเมลล์ยื่นที่ช่องตรวจคนเข้าเมืองได้ทันที และมีช่องทางพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่ทำ E-VOA โดยเฉพาะ  ซึ่งจะยิ่งทำให้การเดินทางสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงยังประโยชน์ให้กับด่านตรวจคนเข้าเมือง ด้วย